
ท้องผูกเรื้อรัง จนกลายเป็นโรคริดสีดวงทวาร นับเป็นปัญหาสุขภาพทางระบบขับถ่ายที่ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ต่างต้องเผชิญ เพราะเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้สุขภาพเสื่อมถอย การทำงานของระบบในร่างกายไม่สมบูรณ์เหมือนอย่างเก่า ทั้งระบบบดเคี้ยวและย่อยอาหาร ส่งผลให้การย่อยและดูดซึมอาหารแย่ลง การเคลื่อนตัวของกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ช้าลง ส่งผลให้ขับถ่ายยากและมีอุจจาระตกค้างในลำไส้เป็นเวลานาน ทำให้ผู้สูงอายุท้องผูกเรื้อรัง และเกิดโรคริดสีดวงตามมาในที่สุด
ภาวะท้องผูกเรื้อรัง โรคริดสีดวงทวารในผู้สูงอายุสังเกตอย่างไร
ท้องผูก ขับถ่ายยาก นับเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบทั้งทางสุขภาพร่างกาย และสุขภาพจิตใจของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุจะรู้สึกแน่น อึดอัดท้อง และไม่สบายตัวอยู่ตลอดเวลา จนทำให้รู้สึกไม่สดชื่นแจ่มใส ไม่อยากอาหารและเสี่ยงต่อการเกิดภาวะขาดสาร ซึ่งอาการเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อเนื่องทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายของผู้สูงอายุลดต่ำลง สุขภาพไม่แข็งแรง และทำให้ป่วยเป็นโรคง่ายมากยิ่งขึ้น บุคคลในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดจึงควรหมั่นสังเกตอาการเกี่ยวกับระบบขับถ่ายของผู้สูงอายุว่ามีปัญหาเหล่านี้หรือไม่
- ความถี่ในการขับถ่ายอุจจาระลดลง สังเกตได้อย่างชัดเจนคือ ขับถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้ง/สัปดาห์
- ใช้เวลาในการขับถ่ายนาน ในบางรายอาจนานเป็นชั่วโมงและต้องใช้แรงเบ่งอุจจาระ
- ก้อนอุจจาระมีขนาดเล็กและเป็นก้อนแข็ง ขับถ่ายได้น้อย และรู้สึกว่าขับถ่ายได้ไม่หมดท้อง
- ในบางรายอาจมีแผลปริที่รูทวารหลังการขับถ่าย มีเลือดปนกับอุจจาระหรือมีเลือดเปื้อนบนกระดาษชำระ
- ในระยะที่มีอาการรุนแรงจะมีก้อนริดสีดวงยื่นออกมาด้านนอกและไม่สามารถหดกลับเข้าไปได้ โดยผู้สูงอายุจะมีรู้สึกเจ็บ คันที่บริเวณก้อนริดสีดวง ในระยะนี้จำเป็นจะต้องเข้าพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป

5 วิธีจัดการปัญหาท้องผูก ริดสีดวงทวารในผู้สูงอายุ
ถึงแม้ว่าระบบการทำงานภายในร่างกายของผู้สูงอายุจะเข้าสู่สภาวะเสื่อมถอยและทำงานได้ไม่ดีเหมือนช่วงวัยอื่น ๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้สูงอายุทุกคนจะต้องเผชิญกับอาการท้องผูก ขับถ่ายยากหรือโรคริดสีดวงทวารเสมอไป เพียงแต่ต้องเสริมการป้องกันและจัดการอาการเหล่านี้ให้ดีขึ้นด้วย 5 วิธีปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จัดการอาการท้องผูก ริดสีดวงทวารในผู้สูงอายุ ดังนี้
- รับประทานอาหารที่เป็นแหล่งของเส้นใยอาหาร (Fiber) เพิ่มมากขึ้น และดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอ เพื่อเป็นการเพิ่มกากใยอาหารและเติมความชุ่มชื้นภายในร่างกาย ทำให้อุจจาระไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น
- เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารจำเป็นครบถ้วน ที่ย่อยและดูดซึมง่าย เพราะระบบการย่อยและดูดซึมอาหารของผู้สูงอายุทำงานได้ไม่สมบูรณ์เหมือนอย่างที่เคย เอนไซม์ในการช่วยย่อยถูกหลั่งออกมาน้อยกว่าเก่า กระเพาะอาหารและลำไส้เคลื่อนตัวช้าลง ผู้สูงอายุจึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยและดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ง่ายกว่า เน้นรับประทานอาหารที่เป็นของเหลวหรือกึ่งเหลว เช่น นมแพะ นมถั่วเหลือง ซุป ข้าวต้ม โจ๊ก เนื้อปลา ไข่ไก่ ฯลฯ ใช้วิธีการฉีก บด ปั่น สับ ให้อาหารมีขนาดเล็กและเคี้ยวง่าย นอกจากนี้ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อย่างเช่น ไขมันจากนมสัตว์บางชนิด กะทิ เนื้อสัตว์ติดมัน เพราะเป็นอาหารที่ย่อยยาก และทำให้ปัญหาท้องอืด ท้องผูกในผู้สูงอายุรุนแรงมากขึ้น
- ขยับร่างกายเป็นประจำ ปรับไลฟ์สไตล์แอคทีฟมากขึ้น ด้วยการเสริมกิจกรรมระหว่างวัน เช่น การเต้นลีลาศ การฝึกโยคะ การเดินเล่นในสวนสาธารณะ ฯลฯเพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้และระบบขับถ่าย
- ฝึกขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา สม่ำเสมอทุกวัน เพื่อให้ร่างกายและลำไส้เคยชินกับการทำงานในช่วงเวลาเดิม ๆ เป็นประจำทุกวัน ช่วยให้ผู้สูงอายุขับถ่ายได้ง่ายขึ้น ลดความเสี่ยงการเกิดโรคอุจจาระตัน ภาวะลำไส้อุดตัน และโรคริดสีดวงทวาร
- ทำจิตใจให้สดชื่นแจ่มใส นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี เพราะภาวะความเครียดเป็นอีกหนึ่งต้นเหตุที่ทำให้ระบบถ่ายเกิดการแปรปรวนและขับถ่ายยากได้เช่นเดียวกัน
ไวต้าชัวร์ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ย่อยง่าย ดูดซึมไว ช่วยลดโอกาสการสะสมคอเลสเตอรอล

ไวต้าชัวร์ เครื่องดื่มนมแพะคุณภาพ วิจัยและพัฒนาจากประเทศนิวซีแลนด์ช่วยเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายให้ผู้สูงอายุอย่างครบถ้วน โดดเด่นด้วยกรดไขมันชนิดดี 2C (ทู-ซี) ที่ร่างกายดูดซึมไปใช้เป็นพลังงานได้ทันที ลดโอกาสการสะสมคอเลสเตอรอล พร้อมโปรตีนน้ำนมแพะที่ย่อยและดูดซึมง่ายกว่านมวัวถึง 2 เท่า ช่วยลดปัญหาท้องอืด อาหารไม่ย่อย อันเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการท้องผูกและโรคริดสีดวงทวารในผู้สูงอายุ เติมสารอาหารคุณภาพอย่างครบครัน มั่นใจ เลือกไวต้าชัวร์ เครื่องดื่มนมแพะเพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้สูงอายุที่คุณรัก
